เมื่อมีอาการ เจ็บตา ตาเจ็บ
posted on 24 Sep 2010 11:12 by drcarebear in Healthอาการเจ็บตาอาจจะมีหลายแบบ บางคนจะคัน บางครั้งรู้สึก เจ็บ แสบ ร้อนปวดตื้อๆ หรือหนักๆ บางครั้งก็รู้สึกเหมือนมีอะไรติดอยู่ในตาบางทีก็เกิดร่วมกับอาการของโรคอื่นๆ เช่น ไมเกรน ปวดไซนัส ปวดฟันหรือการปวดหัวจากสาเหตุอื่น

สาเหตุของการปวดตา
1.อาการปวดจากผิวนอกของดวงตา สาเหตุเกิดจาก
- เยื่อบุตาอักเสบ Conjunctivitis เป็นปัญหาที่พบบ่อยที่สุด เช่นจากการแพ้ การติดเชื้อแบคทีเรีย หรือไวรัส จากสารเคมี ที่ทำให้เกิดการอักเสบของตาขาว ทำให้เกิดอาการตาแดง คัน มีขี้ตา น้ำตามาก
- การถลอกของกระจกตา(ตาดำ) หรือแผลที่กระจกตาCorneal abrasions corneal ulcerations เป็นอีกสาเหตุที่พบได้บ่อย กระจกตาหรือตาดำเป็นส่วนผิวของตาที่มีความใส การถลอกจะเกิดขึ้นเมื่อถูกวัตถุไปขูดที่ผิวของตาดำ จากของกระเด็นเข้าตา หรือจากการใช้คอนแทคเลนส์ไม่ถูกวิธี ถ้าเป็นมากจะเกิดการติดเชื้อและทำให้เกิดแผลที่ตาดำได้
- สารเคมีและความร้อน เช่นกรดด่าง จากน้ำยาทำความสะอาด หรือสารเคมีอื่น ๆ ความร้อนเช่นการเชื่อมเหล็ก การทำงานกับความร้อนสูง สามารถป้องกันได้โดยใส่เครื่องป้องกัน ใส่แว่นป้องกัน
- ตากุ้งยิง คือการอักเสบของเปลือกตา ซึ่งเกิดจากการอุดตันของต่อมไขมันที่เปลือกตา จะมีอาการปวดมาก อาจะเป็นมากจนถึงเป็นหนอง

2.อาการปวดในดวงตา จะมีอาการปวดตื้อๆ ลึกๆ ในลูกตา สาเหตุเกิดจาก
- ต้อหิน Glaucoma จะทำให้มีอาการปวดตา ถึงแม้ว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่จะไม่มีอาการ ต้อหินคือภาวะที่ความดันในลูกตาสูงกว่าปกติ ทำให้มีผลต่อการมองเห็นและอาจจะทำให้ตาบอดได้ถ้าไม่รักษา สาเหตุที่ความดันลูกตาสูงขึ้น เนื่องจากมีการอุดตันของน้ำที่อยู่ในลูกตา หรือมีการผลิตมากกว่าปกติ
- การอักเสบของม่านตา
- การอักเสบของเส้นประสาทตา ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือ multiple sclerosis จะทำให้ปวดตา การมองเห็นผิดปกติ
- ไซนัสอักเสบ
- ไมเกรน
ลักษณะอาการปวดที่พบได้อาจจะแตกต่างกันในแต่ละคน
- ปวดรอบ ๆ ดวงตา
- การมองเห็นผิดปกติไป
- ตาสู้แสงไม่ได้
- มองเห็นภาพซ้อน
- เห็นเป็นวงแสง หรือเห็นเป็นวงรอบ ๆ แสงไฟ Halos
- เห็นเหมือนมีจุดลอยไปมา
- การกรอกลูกตาได้จำกัด
- เจ็บตาเมื่อมีการเคลื่อนไหวตาไปทิศทางที่แตกต่างกัน
- ปวดหัวและปวดตารุนแรง
การตรวจร่างกายโดยแพทย์จะสามารถตรวจพบความผิดปกติเช่น
- ตาแดง จากเยื่อบุตาอักเสบ
- ตาแดง ที่กระจายออกมาจากตาดำ
- รูม่านตามีรูปร่างผิดปกติไป
- ลักษณะลูกตาที่โปนมามากกว่าปกติ
- การบวมหรือแดงรอบดวงตา เช่นเปลือกตา
- มีเลือดหรือมีหนองในตาดำ
- มีหนองหรือขี้ตา หรือน้ำตาไหลมากผิดปกติ
- รอยถลอกหรือแผลที่กระจกตา
อาการที่ควรจะไปพบแพทย์ทันที
- อาการปวดตาที่เกี่ยวข้องกับการถูกสารเคมี หรือถูกความร้อน
- มีการมองเห็นที่ผิดปกติ หรือการเคลื่อนไหวของลูกตาผิดปกติ ปวดเวลากรอกลูกตา ตาบวมมาก มีหนอง หรือปวดหัวรุนแรง
- จากอุบัติเหตุเช่นการกระแทก อุบัติเหตุรถยนต์ หรือถูกวัตถุกระเด็นเข้าตา
การตรวจและการทดสอบ
-
เริ่มต้นจากการสอบถามอาการและลักษณะการปวด ประวัติโรคประจำตัวต่าง ๆ ประวัติในครอบครัว แพทยจะทำการตรวจตา โดยการเช็คสายตา ตรวจตาและรอบ ๆ ตา ตรวจการเคลื่อนไหวและการตอบสนองของม่านตา จากนั้นจะใช้เครื่องมือตรวจเพื่อตรวจจอประสาทตาและเส้นเลือด และตรวจดูส่วนต่าง ๆ ของตาตั้งแต่กระจกตา และมีการตรวจความดันลูกตา ในบางครั้งจะต้องมีการหยอดยา เพื่อทำการตรวจหรือทำการรักษาด้วย
การรักษา
1.การดูแลตัวเองที่บ้าน
- อาจจะเริ่มต้นด้วยการล้างตาด้วยน้ำเปล่า เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้าตา หรือมีสารเคมีเข้าตา ควรล้างตาด้วยน้ำสะอาด
- ถ้าคิดว่ามีสิ่งแปลกปลอมในตา อย่าขยี้ตา เพราะอาจจะทำให้มีการบาดเจ็บมากขึ้น จากการที่สิ่งแปลกปลอมนั้นไปบาดกระจกตามากขึ้น การล้างตาเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ แต่ถ้าสงสัยว่าติดอยู่ที่กระจกตา ควรให้แพทย์เป็นผู้ดูแล
- หากอาการปวดไม่รุนแรงสามารถซื้อยาแก้ปวดทานได้เอง และหลีกเลี่ยงแสงจ้า
2.การรักษาด้วยยา
- ตาแดง (เยี่อบุตาอักเสบ) Conjunctivitis: ถ้าเป็นการติดเชื้อ จะให้ยาแก้อักเสบหยอดตา หรือแบบขี้ผึ้งป้ายตา และให้ยาแก้ปวด ส่วนถ้าเกิดจากการแพ้ จะให้หยอดยาแก้แพ้ พวก antihistamine
- การถลอกหรือแผลที่กระจกตา หลักการสำคัญคือป้องกันการติดเชื้อ จึงจำเป็นต้องให้ยาแก้อักเสบหยอดตา หรือชนิดขึ้ผึ้งป้ายตาด้วย
- สิ่งแปลกปลอมเข้าตา จะมีหลายเทคนิคในการเอาออก ตั้งแต่การล้างตา การใช้ไม้พันสำลีค่อย ๆ เขี่ยออก หรือการใช้ปลายเข็มเขี่ยออก จนกระทั่งถึงการใช้เครื่องมือแพทย์เอาออก หลังจากจัดการเอาสิ่งแปลกปลอมออกแล้วต้องดูว่ามีแผลหรือไม่ และต้องให้ยาปอ้งกันการติดเชื้อเช่นกัน
- การบาดเจ็บจากสารเคมี หรือความร้อน เริ่มแรกต้องล้างตาด้วยน้ำในปริมาณมากเพื่อล้างสารเคมีออกไปให้หมด อาจจะให้ยาชาหยอดเพื่อบรรเทาอาการเจ็บ จากนั้นจะทำตรวจดูความเป็นกรดด่าง จนกระทั่งไม่มีความเป็นกรดด่างเหลืออยู่แพทย์จะทำการตรวจดูว่ามีการบาดเจ็บรุนแรงแค่ไหนและให้การรักษาต่อไป ส่วนที่เกิดจากความร้อน จะพบว่าอาจมีการถลอกของกระจกตา ดังนั้นจะให้ยาแก้อักเสบหยอดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
- ตากุ้งยิง เริ่มต้นอาจจะเริ่มด้วยการใช้ผ้าอุ่น ๆ ประคบประมาณ 15-20 นาที ร่วมกับการให้ยาแก้อักเสบ แต่หากสองสัปดาห์ยังไม่ดีขึ้น อาจจะต้องทำการผ่าเอาหนองออก
- ต้อหิน มีวิธีรักษาหลายวิธีขึ้นอยู่กับชนิด และความรุนแรง ชนิดที่รุนแรงอาจจะทำให้ตาบอดได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมงซึ่งต้องการรักษาแบบฉุกเฉิน โดยทั่วไปจะให้ยาหยอดตาที่เป็นกลุ่ม beta-blocker ในบางรายอาจจะต้องทำการผ่าตัด
พูดคุยกับ Dr.Carebear Samitivej
http://www.facebook.com/DrCarebear

ขอบคุณมากคับ
#1 By 134 (158.108.226.196) on 2011-01-10 12:59