โรคกระเพาะอาหารอักเสบ

posted on 01 Oct 2010 10:23 by drcarebear  in Health
 
โรคกระเพาะ ถ้าจะใช้คำทางการแพทย์ที่ละเอียดขึ้นไป อาจจะต้องแบ่งออกเป็นกระเพาะอาหารอักเสบ กับเรื่องของแผลในกระเพาะอาหาร ซึ่งมีลักษณะอาการใกล้เคียงกัน โดยกระเพาะอาหารอักเสบอาจจะมีการอักเสบของผิวกระเพาะอาหาร ซึ่งอาจจะเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย จนในที่สุดทำให้เกิดเป็นแผลในกระเพาะอาหาร นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะคือการดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป การใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDS
 
การอักเสบของกระเพาะอาหาร ยังสามารถแบ่งออกได้เป็น การอักเสบแบบเฉียบพลัน กับการอักเสบแบบเรื้อรัง ซึ่งจะนำไปสู่การเกิดแผลในกระเพาะอาหารและเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหารได้ แต่คนส่วนใหญ่จะมีอาการเพียงเล็กน้อยและรักษาหายในเวลาไม่นาน
 
อาการของกระเพาะอาหารอักเสบ
  • มีอาการจุก แสบเสียด ร้อน หรือแน่น ๆ อาหารไม่ย่อย ที่บริเวณท้องส่วนบน หรือลิ้นปี่
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ไม่อยากอาหาร
  • มีลมเยอะ ท้องอืด
  • รู้สึกจุกแน่นท้องมากเวลาทานอาหาร
  • บางคนอาจมีอาการน้ำหนักลดลง

กระเพาะอาหารอักเสบเฉียบพลัน ส่วนใหญ่จะร่วมกับมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ปวดแสบร้อนในท้องส่วนบน
กระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง จะรู้สึกแน่น ๆ จุก ๆ หรือไม่ค่อยอยากอาหาร ทานได้ไม่มากก็จะรู้สึกแน่น แต่ในบางรายอาจไม่มีอาการเลยก็ได้

ในบางครั้งจะมีอาการเลือดออกในกระเพาะอาหาร แต่พบได้น้อย ถ้ามีอาการเลือดออกในทางเดินอาหารจะมีอุจจาระที่เป็นสีดำเหมือนถ่าน และไม่แข็งเป็นก้อน (ต่างจากคนที่รับประทานธาตุเหล็กเสริมซึ่งอุจจาระจะดำเช่นกัน แต่แข็งเป็นก้อนตามปกติ) ซึ่งหากมีอาการนี้ เป็นลักษณะที่แสดงว่าต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจโดยทันที
หากมีอาการดังกล่าวเกินกว่าหนึ่งสัปดาห์ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจและรับการรักษา แต่ถ้ามีอาการเลือดออกทางเดินอาหาร ถ่ายดำ ถ่ายเป็นเลือด อาเจียนปนเลือด ควรพบแพทย์ทันที

ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะได้แก่

  • การติดเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter pylori ในคนที่เป็นกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง
  • การใช้ยาแก้ปวดในกลุ่ม Nonsteroidal anti-inflammatory drugs (NSAIDs)เช่น aspirin, ibuprofen (Advil, Nurofen), Ponstan, voltaren หรือ naproxen จะทำให้เกิดกระเพาะอาหารอักเสบได้หากมีการใช้ยากลุ่มนี้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน หรือใช้ในปริมาณมาก เนื่องจากยากลุ่มนี้จะไปทำลายชั้นผิวของกระเพาะอาหารเช่นกัน
  • การใช้แอลกอฮอล์ปริมาณมาก จะทำให้กิดการกัดทำลายกระเพาะ และทำให้มีกรดในกระเพาะมากกว่าปกติ
  • ความเครียด
  • น้ำดีไหลย้อน Bile reflux disease. น้ำดีถูกสร้างจากตับ และเก็บไว้ในถุงน้ำดี เมื่อน้ำดีออกมายังลำไส้ส่วนต้น จะไม่ย้อนกลับเข้ามานกระเพาะ แต่ถ้ากล้ามเนื้อที่ปลายกระเพาะผิดปกติ จะทำให้มีการย้อนของน้ำดีเข้ามาในกระเพาะทำให้เกิดการอักเสบได้

ภาวะแทรกซ้อน

ถ้าหากเป็นโรคกระเพาะอาหารเรื้อรังและไม่ทำการรักษา อาจจะเสี่ยงทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร ทำให้มีเลือดออกในกระเพาะอาหาร และแผลในกระเพาะอาหารบางชนิดจะมีโอกาสที่จะกลายเป็นมะเร็งในกระเพาะอาหารได้  ดังนั้นหากทำการรักษากระเพาะอาหารอักเสบแล้วอาการยังไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการตรวจเพิ่มเติมเช่นการส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร หรือการตรวจดูการติดเชื้อ H pylori
การตรวจวินิจฉัย
 

ถึงแม้ว่าจะสามารถให้การวินิจฉัยได้จากประวัติ อาการ และการตรวจร่างกาย แต่ในบางครั้งแพทย์จำเป็นต้องทำการตรวจเพิ่มเติม เพื่อการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาต่อไป
  • การตรวจเลือด ในการตรวจเลือดจะสามารถตรวจหาการติดเชื้อแบคทีเรีย H. pylori ได้ โดยการตรวจหา antibodies ของเชื้อนี้ ถ้าตรวจพบภูมิแปลว่าเคยได้รับเชื้อตัวนี้มาก่อน การตรวจเลือดยังตรวจดูว่ามีภาวะโลหิตจางหรือไม่ ซึ่งอาจจะเป็นผลจากการมีเลือดออกจากกระเพาะ
  • การตรวจ Breath test เป็นการตรวจง่าย ๆ โดยตรวจดื่มนน้ำยาที่มีลักษณะเป็น radioactive carbon molecules. ถ้ามีการติดเชื้อสารนี้จะแตกตัวออกและถูกดูดซึมเข้าร่างกาย และจะถูกขับออกมาทางลมหายใจ ซึ่งจะมีเครื่องมือที่ตรวจจับขณะที่คุณหายใจออกมาในถุงที่จัดไว้ให้
  • การตรวจอุจจาระ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการตรวจหาเชื้อตัวนี้เช่นกัน นอกจากนี้ยังสามารถตรวจดูว่ามีเลือดปนในอุจจาระหรือไม่ ซึ่งจะบอกเรื่องการมีเลือดออกในทางเดินอาหารได้
  • การส่องกล้องตรวจทางเดินอาหารส่วนต้น การตรวจนี้จะทำให้เห็นความผิดปกติที่อยู่ในทางเดินอาหารได้ โดยแพทย์จะส่องกล้องเข้าไปทางปากเพื่อตตรวจดูหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้ส่วนต้น ถ้าหากพบว่ามีผิวของทางเดินอาหารที่ผิดปกติแพทย์อาจจะทำการตัดตัวอย่างชิ้นเนื้อเพื่อส่งตรวจทางพยาธิวิทยาต่อไป โดยทั่วไปใช้เวลาเพียง 20-30 นาที แต่อาจจะให้นอนสังเกตอาการสองหรือสามชั่วโมงจากการให้ยา 

ยาที่ใช้ในการรักษากรดในกระเพาะอาหาร

  • Antacids. เป็นยาที่มีขายตามร้านขายยา อาจจะเป็นยาน้ำ เช่น alum milk หรือยาเม็ด antacid กลุ่มนี้ ทำหน้าที่เพียงทำให้ลดความเป็นกรดในกระเพาะ หรือช่วยเคลือบกระเพาะ และช่วยลดอาการปวดได้
  • Antacids. เป็นยาที่มีขายตามร้านขายยา อาจจะเป็นยาน้ำ เช่น alum milk หรือยาเม็ด antacid กลุ่มนี้ ทำหน้าที่เพียงทำให้ลดความเป็นกรดในกระเพาะ หรือช่วยเคลือบกระเพาะ และช่วยลดอาการปวดได้
  • ยากลุ่มยับยั้งการปั๊มกรด shut down acid 'pumps.' ยากลุ่มนี้ทางการแพทย์เรียกว่า proton pump inhibitors โดยการป้องกันไม่ให้เซลล์กระเพาะส่งกรดเข้ามาในกระเพาะอาหาร ยากลุ่มนี้จะได้ผลดีขึ้นแต่ราคาก็แพงขึ้นด้วยเช่น omeprazole (losec), lansoprazole (Prevacid), and esomeprazole (Nexium)

ปัญหาทางเดินอาหารอาจจะเกิดจากหลาย ๆ เหตุผล รวมถึงเรื่องพฤติกรรมของตัวคุณเองด้วย โดยทั่วไปการปฏิบัติตัวของคนที่มีปัญหาทางเดินอาหารควรปฏิบัติตัวดังนี้ 

  • ฝึกให้ระเบียบวินัยในการรับประทาน ทานให้ตรงเวลา ทานในปริมาณที่พอเหมาะ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานของเผ็ด ของหมักดอง พริกน้ำส้ม น้ำอัดลม ผลไม้หรือน้ำผลไม้รสเปรี้ยว เช่น ส้ม มะนาว
  • งดการดื่มแอลกอฮอล์
  • งดบุหรี่
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาแก้ปวด ยกเว้น paracetamol ซึ่งไม่กัดกระเพาะ
  • ควบคุมน้ำหนัก ไม่ให้น้ำหนักเกินมาตรฐาน เพราะถ้าหากว่าปล่อยให้อ้วน จะมีปัญหาเรื่องกรดไหลย้อน ท้องอืด ท้องผูกได้ง่าย
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ จะช่วยทำให้เรื่องการไหลเวียนเลือด และช่วยให้กล้ามเนื้อลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น ลดอาการท้องผูกได้
  • จัดการกับความเครียด ถ้าหากว่ามีความเครียด จะทำให้มีความเสี่ยงในการเกิดหัวใจวาย เส้นเลือดสมอง และทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายต่ำลง และยังเพิ่มการสร้างกรดของกระเพาะอาหาร และทำให้การย่อยอาหารแย่ลงด้วย

พูดคุยกับ Dr.Carebear Samitivej
http://www.facebook.com/DrCarebear

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

รู้สึกมีอาการทุกข้อเลยค่ะ ตอนนี้เบื่ออาหารจนไม่อยากกินอะไรเลย แล้วอยากทานแต่ผัก พอไปหาหมอ หมอบอก เป็นแผลในกระเพราะอาหาร จ่ายยามาทีสามพัน เครียดกว่าเดิม แถมวันที่ปวดมากทานยาแล้วไม่หายแสบด้วย จนไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อ

#1 By vicvic on 2010-12-15 01:32

รู้สึก ปวดท้องงงงงง
กินข้าวทีไร ปวดท้องทุก ที ครับ
บางครั้ง ปวดจรถ่ายบ่อยๆ

#2 By ต้นPK105 (110.164.239.63) on 2011-02-09 17:34

ตอนนี้แฟน ก็กำลังเป็นอยู่ค่ะ เครียดมากเลย

#3 By beauty (124.122.36.101) on 2012-02-06 14:44

เพิ่งออกจาก รพ. เพราะโรคนี้แหละค่ะ
ทรมานมากๆ ปวดทุกชั่วโมงเลยก็ว่าได้
ต้องฉีดยาแก้ปวดประทังไปทุกครั้ง อยู่ได้ 5-6 ชม.
เวลาปวดแทบไม่อยากกระดิกตัวแม้แต่น้อยเลยค่ะทเจ็บแบบบีบๆ ปล่อยๆ
อาหารก็แทบไม่อยากแตะเลย ดีที่มีน้ำเกลือช่วย ปากอ่ะอยาก แต่ท้องมันไม่รับอะไรเลย เห็นแล้วก็อืดๆ ขับถ่ายไม่ปกติ(ยากมาก)

ปล.หันมาดูแลตัวเองกันอีกนิดเถอะค่ะ จะได้ที้งสุขภาพกายและใจที่ดี ไม่ต้องทนเจ็บปวดมันทรมานมากๆ และอีกอย่างเสียทั้งเงินเสียทั้งเวลาและเสียทั้งงาน สู้ๆนะค่ะ >.<\"

#4 By ยัยฟุ้งซ่าน (103.7.57.18|27.55.7.108) on 2012-05-12 15:32

ตอนแรกท้องอืดมีลมเยอะ ต่อก็ท้องผูกหลังกินอาหารก็ปวดท้งแสบร้อนในท้องมีเสียงท้องตลอด 2วันก็ถ่ายเหลวสีดำเป็นไขมันออกมา ปวดท้องมากก็เลยกินยาลดกรดในกระเพาะก็ยังปวด เลยเปี่ยนมากินยาท้องเสียรักษาลำใส้ ก็ยังปวดอยู่แต่ไมมากแต่ยังถ่ายดำอยู่ ไม่แน่ใจว่าเป็นอะไร

#5 By กฤษณา (103.7.57.18|76.117.2.245) on 2012-06-13 12:22

ท้องเสียปวดตรงท้องน้อยคลื้นใส้ท้องอืดกินอาหารไม่ค่อยได้

#6 By jaipak (103.7.57.18|115.67.166.66) on 2012-10-15 21:19

big smileคุณแม่ก็เป็นเหมือนกันค่ะ   อาการเริ่มแรกคือจะปวดท้องอยางเหน็ก แต่ตอนนี้คุณแม่หายแล้วก็เลยอยากเขียนมาเตือนคนไม่กินข้าวเป็นเวลา แล้วก็จะเป้นเหมือนแม่ของฉันขอเตือนให้กินข้าวเป้นเวลาน๊ะค่ะ

#7 By ชะเอม (103.7.57.18|125.24.162.14) on 2012-10-30 13:17

น่ารัก

#8 By bowinlove (103.7.57.18|49.49.169.145) on 2012-11-22 17:16

ทรมานมากเป็นหลายวันแระค่ะบางครั้งท้องอืดนอนไม่ได้ไปหาหมอฉีดยายังไม่หายกลัวการส่องกระเพาะ เพราะดื่มแอกอฮอล์ทุกวันปริมาณมากด้วยไม่กล้าส่องกลัวทำใจไม่ได้

#9 By บีมส์ สุโขทัย# (103.7.57.18|27.55.173.44) on 2012-12-24 00:29

ตอนนี้อาการมีอาการแสบร้อนท้องข้างในค่ะ จะรู้สึกออกร้อนตลอดเวลา ยิ่งเครียดยิ่งเป็นหนักค่ะ ก่อนหน้านั้นมีถ่ายดำ ไปหาหมอ หมอบอกเป็นโรคกระเพาะอักเสบ ทุกวันนี้เลยต้องปรับตัวทานอาหารให้ตรงเวลา ทานยาที่หมอหั้ยมาก็ไม่ค่อยบรรเทาอาการเลย ก็ยังรู้สึกแสบข้างในท้องอยู่ค่ะ

#10 By แกม (103.7.57.18|115.67.103.89) on 2013-01-16 08:40

ปวดท้องมากค่ะ กินยาลดกรดก้อยู่ได้แค่สามชั่วโมงก็ปวดอีก ทรมานมากมีอาการท้องเสียด้วยค่ะ หมอบอกว่าให้ยาอย่างอื่นไม่ได้เพราะ ตอนนี้กำลังท้อง ปวดจนไม่อยากกระดิกตัวangry smile

#11 By สุพัตร (110.49.240.117) on 2013-07-13 18:10

ตอนนี้ย่าเป็นมาหลายอาทิตแล้ว หมอบอกกระเพราะอาหารไม่ดีก่อให้เกิดระเร็ง อาการปวดแสบปวดร้อน ถ่าย อาเจียน ทานอาหารเข้าไปก้อออกคืนหมด ไม่อยากอาหาร ปวดมากจนกระดิกตัวไม่ไหวลุกเข้าห้องน้ำไม่ได้ถึงกับอาเจียนและถ่ายกับที่เลย เป็นมาประมาณเกือบสองเดือนแล้ว ฉันคิดว่าแกคงเป็นมะเร็งกระเพราะอาหารแล้วหละ แต่อย่างว่า ปัจจุบันการตรวจ การรักษาต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก ทางเราก้อฐานะไม่ดีไม่มีเงินจะรักษาหรอกค่ะ พอมีวิธีไหนบ้างที่จะแก้ไขหรือบรรเทาอาการได้บ้างค่ะ ส่วนการกิน ย่าก้อทำตามที่หมอสั่งมาตลอดแล้ว ช่วยแนะนำหน่อยค่ะ ขอบคุณค่ะ sad smile

#12 By สาวออฟฟิต (61.19.30.170) on 2013-08-14 13:56

#13 By neko.ann (115.67.39.180) on 2013-11-06 19:27

เปนทุกข้อเลยเบื่ออาหารมากกลัวมากๆเลย

#14 By sukonnee (182.53.200.37|182.53.200.37) on 2014-01-19 19:46

เปนทุกข้อเลยเบื่ออาหารมากกลัวมากๆเลย

#15 By sukonnee (182.53.200.37|182.53.200.37) on 2014-01-19 19:46

ผมเป็นเหมือนกัน 4 ปีเต็ม ทรมานมาก เหมือนทุกคนที่กล่าว ปวดใต้ลิ้นปี่ซ้าย เสียสมาธิทำงานมาก แต่ผมหายดีขึ้นมาสิบกว่าปีแล้วผมใช้สมุนไพร และเห็ดบางชนิด ต้มกิน คิดค้นเอง โทรมาปรึกษาได้ครับ 0864144179

#16 By winai (49.0.101.93|49.0.101.93) on 2014-02-10 12:30

#17 By Bounlab (202.137.132.25|202.137.132.25) on 2014-02-23 12:54