ไวรัสตับอักเสบ B

posted on 12 Nov 2010 10:35 by drcarebear  in Health
 
 
ไวรัสตับอักเสบ B เป็นโรคที่ทำให้เกิดการติดเชื้อที่ตับที่มีความรุนแรงถึงชีวิตได้ เป็นการติดเชื้อที่ตับที่รุนแรงและมีการแพร่กระจายทั่วโลก ไวรัสตับอักเสบ B ยังสามารถทำให้เกิดโรคตับเรื้อรัง และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคตับแข็งและมะเร็งตับได้ ทั่วโลกมีมากกว่า 350 ล้านคนที่เป็นไวรัสตับอักเสบ B เรื้อรัง วัคซีนไวรัสตับอักเสบ B เริ่มมีตั้งแต่ปี 1982 มีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีประมาณ 95 %
 
อาการ 

ไวรัสตับอักเสบ B สามารถทำให้เกิดโรคแบบเฉียบพลัน โดยจะมีอาการอยู่หลายสัปดาห์ ได้แก่ อาการดีซ่าน ตัวเหลืองตามเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลีย ไม่มีแรง คลื่นไส้ อาเจียน และปวดท้อง การฟื้นตัวจากอาการดังกล่าวใช้เวลาเป็นเดือนกว่าอาการจะดีขึ้น สำหรับการติดเชื้อเรื้อรังจะไม่มีอาการ จนกว่าจะเกิดภาวะแทรกซ้อนคือการเกิดตับแข็งและมะเร็งตับ

ครบ้างที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อเรื้อรัง?

 

โอกาสที่การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ B จะเป็นการติดเชื้อเรื้อรัง ขึ้นกับอายุที่เริ่มติดเชื้อ ถ้าเป็นเด็กเล็กจะมีแนวโน้มที่ติดเชื้อเรื้อรัง ประมาณ 90% ของทารกมีการติดเชื้อในช่วงขวบปีแรกจะทำให้เป็นการติดเชื้อเรื้อรัง และประมาณ 30-50% ของเด็กอายุ 1-4 ปีที่ได้รับเชื้อจะกลายเป็นการติดเชื้อเรื้อรัง และประมาณ 25 % ของผู้ที่ได้รับเชื้อมาตั้งแต่เด็กจะเสียชีวิตเนื่องจากโรคตับ คือโรคตับแข็ง และ มะเร็งตับประมาณ 90 % ของผู้ที่ได้รับเชื้อ จะหายดีและไม่มีเชื้อในร่างกายอีกในเวลา 6 เดือน

การติดต่อ

 
ไวรัสตับอักเสบ B สามารถติดต่อกันได้ทางเลือดหรือสารคัดหลั่งของร่างกาย (เช่นของเหลวในช่องคลอด) ของผู้ที่ติดเชื้อ เช่นเดียวกับการติดเชื้อ HIV แต่ว่าการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ B สามารถติดต่อได้ง่ายกว่าถึง 50-100 เท่า เนื่องจากเชื้อมีความทนทานสูงกว่า สามารถอยู่นอกร่างกายได้ถึง 7 วัน ซึ่งหากสามารถเข้าสู่ร่างกายผู้อื่นในช่วงนั้นก็ยังทำให้เกิดการติดเชื้อได้ วิธีการที่ทำให้เกิดการติดเชื้อที่พบได้บ่อยได้แก่ 
  • การติดเชื้อจากแม่สู่ลูกในขณะคลอดบุตร
  • การติดเชื้อในเด็กเล็ก เนื่องจากการเลี้ยงดูโดยผู้ที่ติดเชื้อ
  • การใช้เข็มฉีดยาร่าวมกัน หรือการสัก
  • การได้รับเลือด
  • การมีเพศสัมพันธ์
  • การติดเชื้อในผู้ที่ทำงานในโรงพยาบาล เนื่องจากถูกเข็มตำ

ไวรัสตับอักเสบไม่สามารถติดต่อทางอาหารและน้ำดื่ม และไม่ติดต่อกันในที่ทำงานขณะที่ทำงานร่วมกัน

 
การรักษา 
  
ยังไม่มีการรักษาที่เฉพาะเจาะจงสำหรับการติดเชื้อแบบเฉียบพลัน การให้การดูแลจะเน้นการให้ได้สมดุลของอาหารและน้ำในร่างกาย ที่อาจจะสูญเสียไปเนื่องจากการอาเจียนและการท้องเสีย การติดเชื้อเรื้อรัง สามารถรักาได้ด้วยยา ได้แก่ยากลุ่ม interferon และ ยาต้านไวรัส ซึ่งอาจจะช่วยได้ในผู้ป่วยบางราย แต่ว่าการรักษาเหล่านี้ใช้ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง มะเร็งตับเป็นโรคที่อาจจะเกิดตามมาได้ภายหลังการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ B ชนิดเรื้อรัง ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไป และมักจะเสียชีวิตในเวลาไม่กี่เดือนหลังการวินิจฉัย การผ่าตัดและการได้รับยาเคมีบำบัด จะช่วยทำให้มีชีวิตต่อไปได้อีกหลายปี ผู้ป่วยที่มีตับแข็ง ในบางรายจะได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนตับ ซึ่งยังทำได้ไม่มากและโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในการรักษายังไม่สูงมาก
 
การดูแลตนเอง
  • ดื่มน้ำให้มากเพียงพอเพื่อป้องกันการขาดน้ำ หรืออาจจะดื่มน้ำเกลือแร่ หรือน้ำผลไม้ก็ได้
  • ปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานยาใด ๆ ทุกครั้ง เพราะว่ายาบางชนิด อาจจะทำให้การทำงานตับแย่ลง หรือเป็นพิษต่อตับ
  • งดการดื่มแอลกอฮอล์
  • รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ระวังอาหารที่มีไขมันสูง เพราะอาจจะทำให้มีไขมันไปแทรกในเนื้อตับ ทำให้มีการอักเสบของต่ำมากขึ้นได้ โดยเฉพาะในรายที่มีตับอักเสบเรื้อรัง
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่หนักเกินไป
  • ระวังการแพร่เชื้อไปให้ผู้อื่น ทางเข็มฉีดยา การบริจาคเลือด การมีเพศสัมพันธ์

ารป้องกัน 

เด็กทุกคนจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ B โดยการฉีดวัคซีน จะฉีดแบ่งออกเป็น 3 หรือ 4 เข็ม โดยทั่วไป เข็มที่สองจะห่างจากเข็มแรก 1 เดือน และเข็มที่สามจะห่างจากเข็มแรก 6 เดือน หากมารดาติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี การให้วัคซีนต้องทันทีหลังคลอด ภายหลังการฉีดวัคซีนครบแล้ว จะสามารถป้องกันการติดเชื้อได้ประมาณ 95 % หากเริ่มฉีดวัคซีนเมื่ออายุมากกว่า 40 ปี ประสิทธิภาพจะลดลงเหลือ 90 % หากฉีดหลังจากอายุ 60 ปีจะลดลงเหลือ 65-75 % ส่วนใหญ่แล้ววัคซีนจะป้องกันได้ถึง 20 ปี และอาจจะอยู่ได้ตลอดชีวิต บางครั้งจะแนะนำให้ฉีดกระตุ้นเพิ่มเติมทุก 10 ปี ผู้ที่ไม่แน่ใจว่าเคยได้รับการฉีดวัคซีนแล้วหรือไม่ สามารถทำการตรวจเลือดเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการติดเชื้อ และตรวจดูว่าร่างกายมีภูมิคุ้มกันแล้วหรือไม่ ถ้าหากว่ายังไม่มีภูมิคุ้มกันก็ควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันเช่นเดียวกัน

พูดคุยกับ Dr.Carebear Samitivej
http://www.facebook.com/DrCarebear

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet