ผื่นกุหลาบ Pityriasis Rosea

โดย DrCarebear Samitivej เมื่อ 31 พฤษภาคม 2011 เวลา 8:31 น.

ผื่นกุหลาบ

 

 

ผื่น กุหลาบหรือที่ภาษาแพทย์เรียกว่า Pityriasis rosea (PR) เป็นผื่นที่พบได้บ่อยชนิดหนึ่ง โดยผื่นจะขึ้นตามลำตัว และจะมีผื่นอยู่นานเป็นสัปดาห์ หรือในบางรายเป็นผื่นอยู่เป็นเดือน ลักษณะที่พบอาจจะแตกต่างกันบ้างในผู้ป่วยแต่ละราย ลักษณะที่พบคือจะมีผื่นเกิดขึ้นเฉียบพลัน โดยจะขึ้นเป็นจุดเล็ก ๆ ก่อนที่ลามขึ้นเป็นปื้นใหญ่ ๆ โดยผื่นจะขึ้นทั่วตัวในเวลา 1-2 สัปดาห์ และจะเป็นอยู่ประมาณ 2-6 สัปดาห์ ส่วนใหญ่แล้วจะพบในช่วงอายุ 15-40 ปี โอกาสน้อยมากที่จะพบในผู้ที่อายุมากกว่า 60 ปี

 

อาการจะเริ่มต้นด้วยเริ่มแรกจะมีอาการนำ ได้แก่ อาการไข้ คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย ปวดตามข้อ ปวดหัว ต่อมน้ำเหลืองโต

 

ลักษณะ ผื่นที่ขึ้นจะมีลักษณะเฉพาะของโรค โดยประมาณ 3 ใน 4 ของผู้ป่วย ผื่น ที่มีลักษณะเฉพาะ คือ ผื่นที่เริ่มขึ้นครั้งแรก จะมีรูปร่างค่อนข้างกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 1-2 ซม. ตรงกลางจะมีลักษณะที่ผิวหนังย่น ละมีสีคล้ายสีปลาแซลมอน ขณะที่รอบ ๆ  จะค่อนข้างสีแดงเข้ม โดยมีขุยคั่นอยู่ระหว่างสองส่วนนี้ มักจะเป็นตามลำตัว เรียกว่า  herald patch โดยมักจะพบผื่นนี้ที่ ลำตัว ต้นแขน คอ หรือต้นขา

 

เนื่อง จากผื่นลักษณะนี้อาจจะใกล้เคียงกับ ผื่นที่เกิดจากเชื้อรา หรือผื่นแพ้บางชนิด จึงอาจจะทำให้มีการวินิจฉัยคลาดเคลื่อนได้ในช่วงแรก

 

หลัง จากที่ผื่นชุดแรกเริ่มขึ้น จะมีผื่นขึ้นมาตามตัว แขนขาอีก  โดยผื่นในชุดหลังที่ขึ้นมาจะมีลักษณะผื่นที่ขึ้นตามมารอบหลัง มักจะขึ้นตามมาภายใน 10 วัน โดยมีลักษณะที่ค่อนข้างสมมาตรกันและอยู่เฉพาะที่มักจะอยู่ตามลำตัว ใกล้คอ และใกล้แขนขา รวมทั้งหน้าอกและท้องด้วย เป็นลักษณะที่เป็นพื้นที่เป็นผื่นแดง ๆ ที่มีขุยโดยรอบ การกระจายของผื่นทีมีลักษณะคล้ายต้นคริสมาสต์ โดยขนาดของผื่นแต่ละจุดจะเล็กกว่าที่ขึ้นในรอบแรง โดยผื่นนี้จะหายได้เองภายใน 2-4 สัปดาห์ แต่ในบางรายจะต้องใช้เวลา 6-14 สัปดาห์

ในรายที่เป็นรุนแรงจะมีอาการทางผิวหนังค่อนข้างมาก และมีอาการคันค่อนข้างรุนแรง รวมถึงอาการอ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัวด้วย กิจกรรมบางอย่างเช่นการเล่นกีฬาที่มีเหงื่อ การอาบน้ำร้อน หรือสบู่อาจจะยิ่งทำให้มีอาการรุนแรงมากขึ้น และผื่นที่เป็นใช้เวลานานขึ้นกว่าจะหาย

 

หลังจากที่มีผื่นขึ้นที่ผิวหนัง ถ้าขึ้นที่หลังจะขึ้นเต็มหลัง จนได้ชื่อว่า "Christmas tree" pattern.

 

สาเหตุ

  • สาเหตุ ของการเกิดโรคไม่เป็นที่แน่ชัด แต่น่าจะเป็นลักษณะของการติดเชื้อ จากการสัมผัส เพราะมักจะมีการเกิดตามฤดู และโอกาสที่จะกลับมาเป็นซ้ำค่อนข้างน้อย
  • การพยายามตรวจหาเชื้อ ยังไม่พบเชื้อต้นเหตุที่ชัดเจน แต่เป็นไปได้ว่าสัมผัสกับเชื้อhuman herpesvirus 6 (HHV-6) และ human herpesvirus 7 (HHV-7
  • ยาบางชนิด อาจจะเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดผื่นชนิดนี้ เช่น metronidazole, D-penicillamine, isotretinoin, ketotifen
  • คนที่เป็นผื่นนี้ พบว่าจะมีความผิดปกติของผิวหนัง เช่น ผื่นแพ้ สิว และรังแค มากกว่าคนอื่น

 

โดย ทั่วไป แพทย์ผิวหนังสามารถให้การวินิจฉัยได้จากลักษณะผื่นที่ตรวจพบ รวมถึงประวัติระยะเวลาที่ผื่นขึ้น แต่ในบางครั้งที่มีความยากในการวินิจฉัยเนื่องจากลักษณะใกล้เคียงกับโรคอื่น ๆ เช่นในผู้ป่วยโรคนี้ประมาณ 20 % ที่จะไม่มีผื่น herald patch ขึ้นมาก่อน อาจจะต้องทำการตรวจเพิ่มเติม เช่นการตรวจหาเชื้อราที่ผิวหนัง การตรวจเลือดดูการติดเชื้อซิฟิลิส หรือแม้กระทั่งการตัดผิวหนังไปตรวจ Skin biopsy ก็อาจจะจำเป็นต้องทำในบางราย

 

การรักษา

 

โรคผื่นกุหลาบ Pityriasis rosea (PR) สามารถหายได้เอง

 

การ รักษาเป็นเพียงการรักษาไปตามอาการทั่วไปโดยเฉพาะอาการคัน เช่น การรับประทานยาแก้คันเช่น Atarax แต่ในรายที่เป็นรุนแรงอาจจะใช้ยากลุ่มสเตียรอยด์ เช่นการทาครีมสเตียรอยด์ หรือใช้ยาสเตียรอยด์รับประทาน

ควรหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้เกิดการระคายเคือง ไม่ว่าจะเป็นสบู่ หรือเหงื่อ หลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อน

การรักษาด้วยรังสี ultraviolet พบว่าสามารถช่วยลดการอักเสบของผิวหนังได้

ข้อมูลหลัง ๆ เริ่มแนะนำให้ใช้การรักษาด้วย ยาต้านไวรัส Acyclovir ซึ่งจะช่วยให้หายได้เร็วขึ้น

 

ภายหลังการอักเสบของผิวหนังจะมีสีผิวหนังที่ผิดปกติไป พบได้ทั้งผิวเข้มกว่าปกติ หรือผิวจางกว่าปกติ แต่ไม่มีปัญหาในระยะยาว

 

 

We Care

 

Dr.Carebear Samitivej

Comment

Comment:

Tweet

ตอนนี้เป็นอยู่ครับคันมาได้อาทิตย์นึงแล้วพึ่งไปพบหมอมา หมอบอกเป็นโรค เกลื้อนกุหลาบ อยากจะให้หายไวๆเหลือเกิน คันมากๆ

#16 By Tono (171.100.58.152|171.100.58.152) on 2015-07-05 20:46

open-mounthed smile

#15 By (49.230.69.41|49.230.69.41) on 2015-01-07 21:02

เพิ่งเป็นเลยครับ ตอนแรกนึกว่ากลากเกลื้อน ผ่านไปอีกวันนึกว่าเริม ผ่านไปอีกวันลามลงง่ามขานี่มันอีสุกอีใสนี่หว่า วันสุดท้ายขึ้นมาที่น่าอกและหลังคิดว่าเป็นเอดส์ ไม่ไหวแล้วคันด้วย บอกกับตัวเองถ้าเขาวินิจฉัยกันง่ายขนาดนี้เขาก็เป็นหมอกันทั่วบ้านทั่วเมืองแล้วดิ เลยไปหาหมอผิวหนัง หมอสรุปให้ชื่อเพราะเชียวผื่นดอกกุหลาบ question

#14 By J (116.68.144.9|116.68.144.9) on 2014-12-30 13:39

เคยเป็นมา 2 ครั้ง และหายไปหลายปี อาจเป็นเพราะเราทานโปรตีนแอมเวและอาหารอื่นๆด้วยหายไปเอนที่เป็นกินยา ทายากว่าจะหายนานค่ะ ใครอยากรุ้โทรได้ค่ะ 0962394656

#13 By ศิริรัก (1.47.96.219|1.47.96.219) on 2014-08-25 23:06

เคยเป็นมา 2 ครั้ง และหายไปหลายปี อาจเป็นเพราะเราทานโปรตีนแอมเวและอาหารอื่นๆด้วยหายไปเลยค่ะ

#12 By ศิริรัก (1.47.96.219|1.47.96.219) on 2014-08-25 23:05

เคยเป็นมา 2 ครั้ง และหายไปหลายปี อาจเป็นเพราะเราทานโปรตีนแอมเวและอาหารอื่นๆด้วยหายไปเลยค่ะ

#11 By ศิริรัก (1.47.96.219|1.47.96.219) on 2014-08-25 23:04

#9 By (49.230.147.13|49.230.147.13) on 2014-01-28 10:31

ตอนแรกที่ผมเป็น ผมคิดว่าเป็นเอดส์ คล้ายมาก 55 ผมเลยไปหาหมอผิวหนังที่ รพ.ไทยนครินท์. แถวเซ็นทรันบางนา หมอให้ยากินกับยาทามา แล้วก้อสบูเหลวอาบน้ำ ใช้ดีมาก จนตอนนี้เกือบจะหายแล้ว

#8 By pop (124.122.186.135) on 2013-10-02 00:02

ขอทราบหมอที่รักษาเก่งๆหน่อยค่ะ ตอนนี้เท่าที่อ่านแล้ว แม่(อายุ 89 ปี) กำลังเป็นอยู่ และลูกสาวอายุ 31 ปี หมอบอกว่าเป็นภูมิแพ้ผิวหนัง กำลังรักษาอยู่แต่ดูแล้วไม่มีทีท่าว่าจะหายเลย สงสารมาก ลูกสาวคันมากเลย หากทานยาที่หมอให้ก็จะนอนหลับได้และไม่คัน
ช่วยกรุณาสงเคราะห์หน่อยนะคะ สงสารทั้งแม่และลูกสาวเลย

#7 By สุวพีรื ภู่พัฒน์วิบูลย์ (103.7.57.18|203.157.115.6) on 2012-10-19 16:17

ขอบคุณมากครับ

#6 By cabal (103.7.57.18|172.16.0.123, 124.121.52.127) on 2012-09-09 07:54

เป็นอยู่ปีนึงเต็ม ๆ ทำอะไรไม่ได้เลย ทรมานเหลือเกิน สุด ๆ รักษาที่ รพ.หมอเก่งมาก แต่บอกเราว่า ไม่ททราบสาเหตุแน่นอน ใจฝ่อเลยไง เป็นเยอะ จนหมอขอเป็นกรณีศึกษา ตัดชิ้นเนื้อตรวจ สุดท้าย หาย และไม่ทิ้งรอยใดๆไว้ ในความโชคร้ายยังโชคดีอยู่บ้าง เห้อ

#5 By คนเคย ๆ (103.7.57.18|223.206.235.219) on 2012-09-08 22:53

น่าจะอยู่นะ......กำลังจะไปหาหมออ่ะ เป็นมาเป็นเดือนล่ะ

#4 By Kazumi (103.7.57.18|124.120.14.49) on 2012-08-12 02:36

เนี่ยกำลังเป้นอยู่เข้ารพ หมอให้นอนเลยคันไม่หายสักที

#3 By A (180.214.214.157) on 2012-01-31 16:52

เราเคยเป็นอ่ะ
ตอนนี้มันทิ้งแผลไว้เต็มขาเป็นจุดเล็กๆฝังติดกับเนื้อไปแล้ว
น่ากลัวมากๆค่ะ

#2 By Giean (124.121.244.165) on 2011-10-03 00:00

น่ากลัวมากเลย

sad smile Hot! Hot! Hot!

#1 By HineyHelsinki on 2011-06-09 00:06