ไส้เลื่อน

posted on 25 Aug 2011 18:15 by drcarebear in Health

ไส้เลื่อน

 

 

ไส้เลื่อนเกิดขึ้นได้เมื่อลำไส้ ยื่นออกมานอกช่องท้อง ทางตำแหน่งที่ผนังของหน้าท้องอ่อนแอ บางรายทำให้มีการเจ็บ หรือเห็นเป็นก้อนยื่นออกมา โดยเฉพาะเวลาไอ ยืน หรือยกของหนัก

 

ไส้เลื่อนพบได้หลายตำแหน่ง

 

 

ที่หัวหน่าว inguinal hernia พบบ่อยที่สุดคือ ประมาณ 75 %

 

ที่สะดือ พบได้ 10-30% หากเป็นในเด็กอาจหายเองได้ก่อนอายุ 2 ปี ถ้าไม่หายต้องผ่าตัด และหากเป็นผู้ใหญ่มักพบในหญิงตั้งครรภ์ หรือหลังคลอด

 

ที่โคนขา femoral hernia ซึ่งเป็นชนิดที่มักพบในผู้หญิง

 

 

นอกจากนั้นยังมีตำแหน่งอื่น ๆ ที่อาจเป็นได้ แต่พบได้น้อย

 

อาการของไส้เลื่อน 

 

ส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีอาการ แต่ที่พบได้คือ

  • มีก้อนนูนขึ้นมาที่ขาหนีบข้างใดข้างหนึ่ง
  • มีอาการจุก แสบร้อน ปวด บริเวณที่นูน
  • เวลามีอาการไอ ยกของหนัก จะปวดจุกที่ท้องน้อยหรือขาหนีบ
  • ในผู้ชายบางครั้งไส้เลื่อนจะลงไปถึงถุงอัณฑะทำให้เป็นก้อนขนาดใหญ่ในถุงอัณฑะข้างหนึ่ง

ถ้าหากว่ามีอาการปวด หรือพบก้อนบริเวณหัวหน่าว หรือโคนขา ควรพบแพทย์เพื่อทำการตรวจ โรคนี้สามารถให้การวินิจฉัยได้จากการตรวจร่างกาย โดยไม่จำเป็นต้องทำการตรวจพิเศษใด ๆ

 

โดยในการตรวจร่างกายแพทย์จะตรวจคลำพบตำแหน่งที่มีไส้เลื่อน และสามารถคลำหาจุดที่ผนังหน้าท้องอ่อนแอจนไส้เลื่อนดันออกมา บางครั้งแพทย์อาจจะให้ยืน หรือให้ออกแรงเบ่ง เพื่อจะได้ตำแหน่งที่ชัดเจนขึ้น

โดยปกติแล้วไส้เลื่อนจะไม่อันตราย แต่หากว่าไส้เลื่อนออกภายนอก แล้วไม่สามารถดันกลับเข้าไปได้ อาจจะทำให้เกิดการขาดเลือดทำให้มีอาการปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียน ไข้ขึ้น ปวดรุนแรง ซึ่งถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องการการผ่าตัดโดยด่วน

 

สาเหตุของการเกิดไส้เลื่อน  

 

  • ความดันในช่องท้องเพิ่มขึ้นผิดปกติ
  • มีตำแหน่งที่ผนังหน้าท้องอ่อนแอกว่าปกติ
  • ท้องผูก
  • ยกของหนักเป็นประจำ
  • ภาวะที่มีน้ำในช่องท้อง
  • ตั้งครรภ์
  • น้ำหนักตัวมากกว่าปกติ
  • ไอเรื้อรัง จามเรื้อรัง

บางคนจะมี ตำแหน่งที่ผนังหน้าท้องไม่แข็งแรงตั้งแต่กำเนิด เนื่องจากมีจุดที่ผนังหน้าท้องปิดไม่สนิท ตั้งแต่เล็ก ๆ  และทำให้เกิดไส้เลื่อนตามมา เมื่ออายุมากขึ้น กล้ามเนื้ออ่อนแอลง หรือออกกำลังกายหนักไป ไอเรื้อรัง

ในผู้ชาย เนื่องจากมีตำแหน่งที่ท่ออสุจิออกจากช่องท้องลงไปถึงอัณฑะ จึงเป็นช่องทางที่ทำให้เกิดไส้เลื่อนที่ตำแหน่งนี้ได้ง่าย

 

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดไส้เลื่อน

  • เพศชาย
  • มีประวัติในครอบครัว
  • ไอเรื้อรัง
  • ท้องผูกเรื้อรัง
  • อ้วน
  • ตั้งครรภ์
  • งานบางอย่างที่ต้องยืนมาก ยกของหนักมาก
  • ทารกที่คลอดก่อนกำหนด

ภาวะแทรกซ้อนจากไส้เลื่อน

 

 

  • แรงกดทับบนเนื้อเยื่อรอบ ๆ ไส้เลื่อนขนาดใหญ่ อาจะทำให้มีอาการบวมอักเสบของเนื้อเยื่อรอบ ๆ ได้ ยิ่งในผู้ชายที่มีไส้เลื่อนลงไปในถุงอัณฑะ จะยิ่งมีอาการปวดบวมได้
  • ลำไส้ส่วนที่ออกมาอุดตัน บางครั้งผนังหน้าท้องส่วนที่ไส้เลื่อนออกมา ไปบีบรัดหรือกดทับลำไส้ ทำให้เกิดลำไส้อุดตัน จะมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ปวดท้องรุนแรงได้ ถือว่าเป็นภาวะทีต้องผ่าตัดด่วน
  • ลำไส้ขาดเลือด  ถ้าเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงลำไส้ส่วนที่ออกมาถูกกดทับ จะทำให้เกิดการขาดเลือด และเนื้อเยื่อลำไส้ส่วนนั้นตายได้ ภาวะนี้ก็ต้องรับการผ่าตัดด่วนเช่นกันครับ

การรักษา

 

ถ้าไส้เลื่อนมีขนาดเล็ก และไม่มีอาการใด ๆ รบกวน ก็สามารถสังเกตอาการและติดตามไปก่อนได้ แต่ถ้ามีขนาดใหญ่ขึ้นหรือมีอาการปวดเจ็บ ควรจะรับการรักษาโดยการผ่าตัด

 

 

 

การผ่าตัด โดยหลักการก็คือการเข้าไปดันไส้เลื่อนให้กลับเข้าไปในช่องท้อง และสร้างความแข็งแรงให้กับผนังหน้าท้อง โดยการเย็บเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อ และอาจจะให้วัสดุสังเคราะห์ เย็บปิดไปบนตำแหน่งนั้นเพิ่มอีกขึ้น โดยใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์ก่อนจะกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มที่

 

แต่หากเป็นการผ่าตัดรักษาด้วยการส่องกล้องจะใช้เวลาพักฟื้นสั้นกว่า และแผลที่หน้าท้องก็จะเล็กกว่ามาก ทำให้ทดแทนการผ่าตัดแบบเดิมไป

 

การป้องกันไส้เลื่อน

 

  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
  • ทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง เพื่อป้องกันท้องผูก
  • เลี่ยงการยกของหนัก หรือยกด้วยท่าที่ถูกต้อง
  • หยุดสูบบุหรี่
  • การใส่อุปกรณ์หรือ support เพื่อช่วยเรื่องไส้เลื่อน อาจไม่ได้ผล ควรปรึกษาแพทย์ หรือใช้ระยะสั้นก่อนผ่าตัดเท่านั้น

 

We Care

 

Dr.Carebear Samitivej

Comment

Comment:

Tweet