โรคหอบหืด

posted on 12 Sep 2011 13:24 by drcarebear

 

หอบหืด คือ โรคที่ทางเดินหายใจตีบแคบลง และมีอาการบวมของทางเดินหายใจ ทำให้หายใจมี
เสียงดังหอบเหนื่อย แน่นหน้าอก และไอ หากอาการมีเพียงเล็กน้อยอาจจะหายได้เอง แต่ถ้ามีอาการ
รุนแรงอาจะทำให้ระบบทางเดินหายใจล้มเหลว อาจถึงแก่ชีวิตได้

 

โรคหอบหืดไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมอาการได้ การรักษาเริ่มต้นตั้งแต่การ
ตรวจหาสารที่กระตุ้นให้มีอาการและหลีกเลี่ยงสารนั้น การใช้ยาเพื่อป้องกันการเกิดอาการ และยาพ่น
เมื่อมีอาการกำเริบเฉียบพลัน อาการของหอบหืดอาจจะเปลี่ยนแปลงไปเป็นช่วงๆ ดังนั้นจึงควรติดตาม
อาการและปรับเปลี่ยนการรักษากับหมอของคุณอย่างต่อเนื่อง

 

 สาเหตุของหอบหืด

 

 

หอบหืดเกิดจากการอักเสบของทางดินหายใจ เมื่อมีการเกิดขึ้นเฉียบพลัน ทางเดินหายใจก็จะบวม
ขึ้น และเกิดการเกร็งตีบตัวของทางเดินหายใจ ซึ่งจะถูกกระตุ้นจากสารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ สาร
ที่ทำให้เกิดอาการแพ้ได้บ่อย ๆ ได้แก่

  • ขนสัตว์ เช่น ขนหมา ขนแมว
  • ฝุ่น หรือไรฝุ่น
  • อากาศที่เปลี่ยนแปลง
  • สารเคมีในอากาศ หรือ ในอาหาร
  • การออกกำลังกายหนักเกินไป
  • เชื้อรา
  • แมลงสาป
  • เกสรดอกไม้ ดอกหญ้า
  • การติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น หวัด
  • ความเครียด
  • บุหรี่

ในผู้ป่วยบางราย ยาแก้ปวดลดการอักเสบ ในกลุ่ม NSAIDs อาจทำให้มีอาการหอบหืดขึ้นมาได้

ในหลายคนที่มีอาการหอบหืด ตัวเองหรือคนในครอบครัวอาจมีอาการภูมิแพ้ หรือ ผื่นแพ้อยู่ด้วย

 

อาการ

 

ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการเป็นพัก ๆ โดยอาการที่อาจจะพบได้เพียงไม่กี่นาทีก็ได้ หรืออาจจะมีอาการ
ต่อเนื่องเป็นวัน  ๆ  ก็ได้เหมือนกัน  อาการหลักที่อาจจะพบได้คือ อาการเหนื่อยหอบ หายใจเสียงดัง
และอาการไอ อาการอื่น ๆ ได้แก่

  • อาการไอ มีทั้งแบบไอแห้ง และไอมีเสมหะ
  • หอบเหนื่อย หายใจไม่ทัน โดยเฉพาะเวลาออกแรงหรือออกกำลังกาย
  • อาการหายใจเสียงดัง Wheezing 
  • มักมีอาการช่วงกลางคืน หรือเช้าตรู่
  • อาการจะแย่ลงเมื่อเจออากาศเย็น
  • บางครั้งอาการอาจจะดีขึ้นได้เอง
  • แย่ลงเมื่อออกกำลังกาย
  • แย่ลงเมื่อมีอาการของกรดไหลย้อน
  • อาการจะดีขึ้นเมื่อใช้ยาขยายหลอดลม

 

อาการที่บ่งชี้ถึงภาวะฉุกเฉินที่ต้องไปพบแพทย์โดยด่วน

 

  • มีอาการเขียวของริมฝีปากและหน้า
  • ซึมลง ไม่รู้สึกตัว หรือกระสับกระส่ายมากในขณะที่มีอาการ
  • หายใจลำบากอย่างชัดเจน
  • ชีพจรเร็วขึ้นมาก
  • เหงื่อออกตามตัวมาก

 

การตรวจวินิจฉัย

 

 

จากการตรวจร่างกาย แพทย์จะพบว่า มีอัตราการหายใจเร็วกว่าปกติ เมื่อฟังเสียงปอด จะพบว่ามีเสียง
Wheezing ซึ่งเป็นลักษณะที่เกิดจากการตีบของทางเดินหายใจ

  • การทำการทดสอบสารก่อภูมิแพ้ โดยอาจจะทำการตรวจ ผิวหนัง หรือการตรวจเลือดเพื่อหาสาร
    ก่อภูมิแพ้ที่ทำให้มีอาการ เช่น ไรฝุ่น เชื้อรา ขนสัตว์ แมลงสาป เกสรดอกไม้ ดอกหญ้า
  • การตรวจเลือดเพื่อตรวจหาการติดเชื้อ หรืออาจจะพบเม็ดเลือดขาวชนิด Eosinophil สูง
  • การตรวจสมรรถภาพปอด Lung function test โดยจะสามารถตรวจวัดความตีบแคบของทางเดิน
    หายใจ และสามารถตรวจวัดว่าแรงในการหายใจออกทำได้ดีแค่ไหน โดยอาจจะทำการตรวจ ก่อน
    และหลังให้ยาขยายหลอดลม เพื่อดูว่าจะผลตอบสนองต่อยาขยายหลอดลมได้ดีหรือไม่

 

การรักษา

 

เป้าหมายในการรักษา คือการพยายามหลีกเลี่ยงสารที่กระตุ้นให้เกิดอาการ และ พยายามควบคุมกา
รอักเสบของทางเดินหายใจ สิ่งที่ผู้ป่วยต้องเรียนรู้คือการสังเกตว่าอะไรเป็นตัวกระตุ้นและเลี่ยงสารนั้น ๆ
และต้องสังเกตตัวเองว่ากำลังจะมีอาการกำเริบ เพื่อใช้ยาควบคุมอาการทันที

 

ส่วนการรักษาด้วยยา จะแบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก ๆ ได้แก่

 

  • ยาที่ใช้ในการป้องกันการเกิดอาการ

มักจะเป็นยาพ่น ในกลุ่ม สเตียรอยด์ เพื่อป้องกันอาการบวมของทางเดินหายใจ หรืออาจจะกลุ่มอื่นที่
อาจจะช่วย เช่น ยาในกลุ่ม  beta agonist หรือยาในกลุ่ม leukotriene inhibitor

 

  • ยาที่ใช้ในการลดอาการในขณะที่มีอาการ

จะเป็นยาที่ใช้ในขณะที่มีอาการไอ หอบเหนื่อยเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน หรืออาจจะใช้ยาในกลุ่มนี้ก่อนที่
จะออกกำลังกาย ยาในกลุ่มนี้ได้แก่ ยาขยายหลอดลมที่ออกฤทธิ์สั้น ที่รู้จักกันดีเช่น Ventolin นอกจากนั้น
เป็นยาในกลุ่ม สเตียรอยด์ ซึ่งมีชนิดยาพ่น ยารับประทาน

 

หากมีอาการรุนแรง ควรพบแพทย์ทันที และอาจจำเป็นจะต้องได้รับยาทางเส้นเลือดเพื่อป้องกันภาวะระบบหายใจล้มเหลว

โรคหอบหืด ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้  ดังนั้นจึงต้องดูแลตัวเอง อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าในเรื่องการ
ออกกำลังกาย การดูแลป้องกันหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้

 

เทคนิคการดูแลผู้ป่วยหอบหืด

 

ปรึกษากับแพทย์เพื่อวางแผนในการดูแลง่าย ๆ โดย

  • เลี่ยงสารที่ทำให้มีอาการแพ้ 
  • การอยู่ในห้องแอร์จะลดการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ภายนอกได้ดีกว่า และทำความสะอาดเป็น
    ประจำ
  • ทำความสะอาดห้องนอน เพื่อป้องกันฝุ่นและไรฝุ่น
  • จัดอุณหภูมิห้องให้พอเหมาะ
  • หลีกเลี่ยงการนำสัตว์เลี้ยงเข้าไปในห้องนอน
  • รักษาร่างกายให้แข็งแรง โดยออกกำลังกายประจำ รักษาน้ำหนักตัวให้พอดี
  • รับประทานผักผลไม้เป็นประจำ
  • ป้องกันและรักษาโรคกรดไหลย้อน
  • ฝึกการหายใจอย่างถูกต้อง หรืออาจจะฝึกหายใจแบบโยคะก็ได้

 

We Care

 Dr.Carebear Samitivej
http://www.facebook.com/note.php?note_id=260288697337535 

Comment

Comment:

Tweet