Beauty

An apple a day keep doctor away

posted on 31 Jan 2011 10:29 by drcarebear in Beauty
 
“An apple a day keeps the doctor away” เคยได้ยินประโยคนี้ไหมครับ ทำไมถึงมีประโยคนี้ แอปเปิ้ลดีจริง หรือเปล่า ทำไมไม่เป็นกล้วย ส้ม มะม่วง
แอปเปิลมีคุณสมบัติที่ผลไม้ชนิดอื่นไม่มี และได้รับการพิสูจน์มานานแล้ว จริง ๆ แล้วผลไม้ทุกชนิดต่างก็มีข้อของตัวเอง แต่แอปเปิ้ลก็เป็นผลไม้ที่หาได้ง่าย สะดวก รวดเร็วเดี๋ยวแม้แต่ในเซเว่นก็มีชนิดที่ปลอกสำเร็จรูปพร้อมรับประทานเลย

1-แอปเปิ้ลเป็นผลไม้ที่มีวิตามิน C ซึ่งจะช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้กลับร่างกาย ป้องกันไม่ให้มีเลือดออกตามไรฟัน

2-ป้องกันโรคหัวใจ เนื่องจากมีสาร Flavonoid ซึ่งมีฤทธิ์ในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ antioxidant
 
3-แคลอรีต่ำ ขนาดมาตรฐานจะมีพลังงานประมาณ 70-100 calories เวลาอยากจะทานของว่างพวกของหวาน ลูกอม ลองเปลี่ยนมาเป็นแอปเปิ้ล ซักสองสามชิ้น

4-ป้องกันโรคมะเร็ง สามารถป้องกันมะเร็งได้ตั้งแต่มะเร็งลำไส้ มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งเต้านม

5-แอปเปิ้ลมีสาร phenol ซึ่งมีส่วนในการลดระดับไขมันคอเลสเตอรอล และสามารถเพิ่มระดับของไขมันชนิดดี

6-ป้องกันฟันผุ น้ำที่อยู่ในผลแอปเปิ้ลมีผลในการลดแบคทีเรียในช่องปากได้ 80% ดังนั้นเลยเป็น an apple a day also keeps the dentist away! ด้วย แต่เรื่องการตรวจสุขภาพฟันก็ยังต้องทำเหมือนเดิมนะครับ

7-ป้องกันสมองจากโรคต่าง ๆ หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า เนื่องจากมีสาร phytonutrients ซึ่งจะป้องกันการเสื่อมของสมอง เช่น Alzheimer’s and Parkinsonism

8-สุขภาพปอดดีขึ้น วิจัยจากมหาวิทยาลัย Nottingham แสดงให้เห็นว่า คนที่รับประทานแอปเปิ้ล มากกว่า 5 ผลต่อสัปดาห์ จะลดปัญหาที่เกิดกับทางเดินหายใจรวมทั้งโรคหอบหืดด้วย

9-สุดท้าย รสชาติอร่อย แอปเปิ้ลมีหลากหลายสี หลากหลายชนิด แต่ก็ได้ประโยชน์เหมือนกัน การเลือกรับประทานอาหารที่มีหลากหลายสี ไม่ว่าจะเป็นผักหรือผลไม้ จะทำให้ได้สารอาหารที่หลากหลายและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพมากขึ้น

รู้ประโยชน์ของแอปเปิ้ลอย่างนี้แล้ว ทุกครั้งที่ไปช็อป อย่าลืมซื้อแอปเปิ้ลไว้ติดตู้เย็นไว้นะครับ
 
 
We care
Dr Carebear Samitivej
http://www.facebook.com/DrCarebear

การดูแลรอยคล้ำรอบดวงตา

posted on 27 Dec 2010 10:04 by drcarebear in Beauty
 

สาเหตุ

 

สาเหตุที่ทำให้มีรอยคล้ำและถุงใต้ตา เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ที่สำคัญก็คือ เมื่อทราบแล้วว่าอะไรที่เป็นปัจจัยที่สามารถหลีกเลี่ยงหรือแ้ก้ไขได้ก็ควรจะแก้ไขปัจจัยนั้น

 

หลายคนมีปัญหานี้เนื่องจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดรอยคล้ำรอบดวงตาได้แก่

  • อ่อนเพลีย พักผ่อนนอนไม่พอ  

การนอนกไม่พอหรือว่าเหนื่อยเพลียเกินไป จะทำให้ผิวหนังซีดลง ทำให้สามารถเห็นเส้นเลือดดำทีอยู่ใต้ผิวหนังได้ชัดขึ้น บางครั้งอาจเห็นเป็นสีคล้ำ ๆ ได้

  • ภาวะโภชนาการ

การขาดสารอาหาร หรือได้รับอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการที่ผิวรอบ ๆ ดวงตามีสีเปลี่ยนไปได้

  • ความเครียดและการสูบบุหรี่

ชีวิตที่เร่งรีบ การต้องใช้เวลา ๆ หลาย ๆ ชั่วโมงอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ก็ทำให้มีอาการนี้ และจะสัมพันธ์กับการที่คุณนอนไม่หลับ หรือนอนไม่พออีกด้วย

  • พันธุกรรม

เช่นเดียวกับเรื่องเส้นเลือดขอดที่ขา การที่มีรอบตาดำมีส่วนเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมได้ ถ้ามีคนในครอบครัวที่เป็นแบบนี้ คุณก็มีโอกาสที่จะเป็นได้เช่นเดียวกัน ผิวหนังรอบดวงตาค่อนข้างบาง เมื่อเลือดผ่านไป เส้นเลือดดำที่อยู่ใต้ผิวหนังจะทำให้เห็นรอยคล้ำขึ้นมา ถ้าผิวคุณยิ่งบางซึ่งเป็นพันธุกรรมที่ถ่ายทอดมา ก็จะทำให้เห็นรอยคล้ำได้ง่ายขึ้น

  • การได้รับแสงแดด

แม้กระทั่งในคนที่ผิวสีค่อนข้างเข้ม การได้รับแสงแดด โดยเฉพาะในบ้าน เรา จะทำให้มีเม็ดสี melanin มากขึ้นกว่าปกติ ซึ่งที่รอบ ๆ ดวงตาก็เช่นเดียวกัน

  • ภูมิแพ้ หอบหืด ผื่นแพ้ผิวหนัง

ภาวะเหล่านี้จะทำให้มีอาการคันรอบ ๆ ดวงตา ทำให้มีรอยคล้ำรอบตา เนื่องมาจากการเกา การขยี้ตา คนที่เป็นภูมิแพ้มาก ๆ จะเห็นได้ชัด รวมถึงการแพ้อาหารบางประเภทก็ทำให้มีรอยคล้ำได้

  • ยาบางชนิด

จะเป็นกลุ่มยาที่ทำให้มีการขยายตัวของเส้นเลือด เพราะผิวหนังที่ค่อนข้างบางนั้น เมื่อเส้นเลือดดำขยายตัวจะทำให้เห็นชัดมากขึ้นกว่าบริเวณอื่น

  • การตั้งครรภ์และการมีประจำเดือน

ผิวหนังจะซีดลงในช่วงนั้น เนื่องจากการเสียเลือดทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง ทำให้เส้นเลือดดำที่อยู่ใต้ผิวหนังเห็นชัดขึ้น

  • อายุ

สำหรับคนที่มีแนวโน้มที่จะมีรอยคล้ำรอบดวงตา เมื่ออายุมากขึ้น ก็จะทำให้เห็นได้ชัดเจนขึ้นและอาจเป็นแบบถาวร รอยเหี่ยวย่นรอบใต้ตา ก็จะยิ่งทำให้เห็นชัดเจนขึ้น

 

การดูแลตนเองเพื่อลดและป้องกันรอยคล้ำรอบดวงตา 

  • การนอนหลับให้เพียงพอ
 

เรื่องการนอนหลับให้เพียงพอ เป็นเรื่องสำคัญ ไม่เฉพาะการดูแลดวงตา แต่กับสุขภาพก็สำคัญเช่นกัน

  • การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ
 

ทานอาหารให้ครบทุกมื้อ โดยเฉพาะผัก ผลไม้ ดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ กาแฟ ชา และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอืน

  • การประคบด้วยถุงชา
 

วิธีนี้ จะเป็นการใช้ถุงชา แช่ในน้ำเย็นที่มีสารสกัดจากแตงกวา แล้วนำมาวางไว้ที่ตาประมาณ 15-20 นาที วันละครั้ง จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือด และลดการบวมรอบ  ๆ ดวงตาได้

  • การกดรอบ ๆ ดวงตา Acupressure
 

เป็นอีกวิธีที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือด ทำง่าย ๆ โดยการหลับตาและใช้นิ้วนางกดไปบริเวณใต้ดวงตาข้างหนึ่งจากมุมด้านในออกไปจนมุมด้านนอก  โดยกดแต่ละตำแหน่งประมาณ 3 วินาที ประมาณ 10-15 ครั้งแล้วก็ให้ทำกับอีกข้าง

  • การใช้ครีมรอบดวงตา
 

การใช้ครีมที่มีส่วนผสมของวิตามินทั้งสอง คือ Retinal (Vitamin A)  และ Vitamin K จะช่วยลดริ้วรอย และลดรอยคล้ำได้

หรือใช้ครีมที่มีส่วนผสมของ Vitamin C ซึ่งมีสาร antioxidant ก็ได้ผลดีเช่นกัน

  • การประคบเย็นด้วยแตงกวา หรือ มะเขือเทศ
 

เตรียมแตงกวา หรือมะเขือเทศ ที่ฝานบาง ๆ แช่ตู้เย็นไว้ มาประคบที่ตาประมาณ 10 นาที จะช่วยลดการบวมและลดรอยคล้ำใต้ตาได้ จากการหดตัวของเส้นเลือด

  • การใช้ moisturizer และการใช้ sunscreen เป็นประจำ

ไม่ว่าคุณจะมีปัญหาเรื่องรอยคล้ำใต้ตาหรือไม่มี การที่ใช้ Moisturizer และ ครีมกันแดด เป็นประจำเป็นสิ่งที่ต้องทำเป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว

 

ที่เขียนมา หมอหมีทำได้แค่ นอน กับ กิน

ได้ทาครีมบ้าง แต่ให้ทำบ่อย ก็ขี้เกียจครับ

แต่สาว ๆ ทั้งหลายสนใจวิธีไหนเชิญตามสะดวก แล้วมาบอกผลกันบ้างนะครับ

 

พูดคุยกับ Dr.Carebear Samitivej
http://www.facebook.com/DrCarebear